ยินดีต้อนรับ

ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างพุทธสถานภูดานไห ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ (ติดต่อ : dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008)

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

(005) ธรรมะสัญจรตอนพิเศษ

ตอนที่ 1 การภาวนาสมาธิในน้ำทะเล

วันที่ 21-22 ตุลาคม 2554 พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโชและเหล่านักรบธรรมแห่งภูดานไห ได้ธุดงค์สัญจรไปยังเกาะช้าง จ.ตราด เพื่อไปศึกษาสภาวะธรรมในสถานที่จริงอีกสภาวะหนึ่ง คือ พื้นน้ำและท้องทะเล หลังจากเหล่านักรบธรรมเคยได้ปีนป่ายขึ้นเขาทั้งที่ภูผาผึ้งและภูดานไหมาแล้ว พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านบอกว่าการเรียนรู้จากตำรานั้น มันมีความจริงอยู่เพียงส่วนหนึ่ง แต่การศึกษาจากสภาวะจริงของสรรพสิ่งหรือการปฏิบัติเรียนรู้จากความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้นๆ ต่างหากที่จะทำให้นักปฏิบัติเข้าใจในกฏไตรลักษณ์อย่างแท้จริง ความทุกข์ก็ทุกข์จริง ความสุขก็สุขจริงๆ ไปให้ถึงแห่งความทุกข์และความสุขเป็นที่สุดแล้ว ถึงจะรู้ว่าความทุกข์และความสุขนั้นแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร การไม่ยึดติดในความทุกข์และความสุขนั้น มันเกิดขึ้นได้จริงไหม เมื่อเจอกับสภาวะจริงนั้นๆ การสอนสภาวะธรรมของแม่ครูอาจารย์เกิดขึ้นตลอดเวลาและเส้นทางทั้งในบ้าน บนรถ บนเรือ บนภูเขาบนพื้นน้ำในท้องทะเล ทั้งวิธีกระทุ้ง กระแทก หรือปัญญาอันนุ่มนวลและเฉียบคม คืออุบายธรรมที่ท่านใช้สอนเหล่านักบธรรมอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย นี่คือความเมตตาของพระผู้มาโปรดโลก ธรรมที่ท่านสั่งสอนออกมาจากหัวจิตหัวใจ จึงมีความละเอียดตามวาระจิตและภูมิธรรมของลูกศิษย์แต่ละคน บางสิ่งจึงไม่สามารถเขียนออกมาให้คนอื่นเข้าใจได้ ภาพที่นำมาแสดงนี้ เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งเท่านั้น ความจริงที่อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายนั้น ไม่สามารถอรรถาธิบายได้ ก็ลองชมดูนะครับ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์







การภาวนาและฝึกสมาธิในน้ำทะเล ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเมตตาสอนและลงมือปฏิบัติให้ดู นักภาวนาทั้งหลาย จักต้องเป็นผู้ที่ไร้เงื่อนไข ไร้กาลเวลา สถานที่ ในการปฏิบัติ ให้เข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ในทุกสภาวะเมื่อมีความพร้อม ภาพที่นำมาแสดงนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสอนธรรมในน้ำทะเล ณ เกาะช้าง จ.ตราด วันที่ 21 ตุลาคม 2554 ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จึงเข้าใจในสภาวะนั้นได้ดี ขณะเดียวกัน ในขณะที่พ่อแม่ครูอาจารย์และเหล่านักรบธรรมกำลังปฏิบัติธรรมอยู่นั้น ปรากฏว่า พระอุปคุตเถระเจ้าผู้สถิตย์ ณ ท้องมหาสมุทร ได้เสด็จมาอนุโมทนา และยังมีพญานาคอีกจำนวนหนึ่งก็ได้มาร่วมอนุโมทนาด้วย (เป็นปัตจัตตัง)
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
23 ตุลาคม 2554











ข้อความของคุณสันติ

สวัสดีครับ ท่านนักรบธรรมทุกท่าน ผมขอนำธรรมที่พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาสั่งสอน มาถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับโดยตรงจากองค์ท่าน (ภาษาธรรมอาจจะไม่สละสลวยนัก แต่เนื้อหาไม่ผิดเพี้ยนครับ)เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เวลาประมาณบ่าย 3 โมง ผมและเก๋ ได้มีโอกาสนั่งภาวนากับพ่อแม่ครูอาจารย์ ในทะเลที่เกาะช้าง ท่ามกลางแสงแดด สายลม และคลื่น ท่านมักสอนธรรมลูกศิษย์ของท่านให้ปฏิบัติธรรม ท่ามกลางสภาวะที่เป็นจริง ให้เหนื่อยจริง ให้ร้อนจริง ให้กลัวจริง ฯลฯ ทุกสิ่งเป็นเรื่องจริงที่เราสัมผัสได้ทั้งหมด แล้วจะทำให้เราเข้าใจการใช้ปัญญาพิจารณาธรรมได้ถ่องแท้ เปรียบเสมือนนักมวย (อีกแล้ว)ที่ได้ซ้อมแล้ว ได้ขึ้นเวทีต่อสู้กับคู่ชกจริง หลังจากนั้นท่านก็จะเมตตาสอบถามว่าการปฏิบัติ เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเราพิจารณาธรรมได้ถูกต้อง ท่านก็จะบอกเราว่า ถูกต้องแล้วให้นำไปปฏิบัติเป็นแนวทางต่อๆไป ถ้าไม่ถูกต้องท่านก็จะเมตตาแก้ไขให้ลูกศิษย์ของท่าน ให้เข้าใจว่าควรปฏิบัติอย่างไร ถึงจะถูกต้อง ความเมตตาของท่านผมคิดว่าพวกเราเหล่าลูกศิษย์ทุกคน คงรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ทุกคนครับ

หลังจากนั่งภาวนาในทะเล และกลับถึงที่พักแล้ว ท่านก็เมตตาถาม ผมกับเก๋ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมกราบเรียนท่านว่า พอพ่อแม่ครูอาจารย์บอกให้ผมกับเก๋ นั่งภาวนาพร้อมกับท่านเลย ผมก็นั่งลงภาวนาห่างจากท่านประมาณ 3 วา นั่งกำหนดลมหายใจ เข้า-ออก อยู่พักใหญ่ ก็ไม่สามารถเจริญสติให้เกิดสมาธิได้ เพราะคลื่นที่ซัดเข้ามาทำให้ตัวของผมส่ายไปส่ายมา มันไม่นิ่ง เพราะแสงแดดที่สาดส่องเข้าตา เพราะความเย็นของน้ำทะเลและของลมที่สัมผัสตัวผม

ผมจำได้ว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ ท่านเคยสอนว่าเวลานั่งสมาธิแล้วจิตไม่รวมตัว ให้ดูสาเหตุว่าทำไมจิตถึงไม่รวม ผมก็มาพิจารณาว่า เป็นเพราะสาเหตุที่ได้กล่าวมาข้างต้น เพราะสิ่งต่างๆเหล่านั้นต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง คือ แสงแดดให้ความร้อน ลมให้ความเย็น คลื่นที่พัดมากระทบตัวเราทำให้ตัวเราไม่นิ่ง เมื่อพิจารณาแล้ว สิ่งเหล่านั้นมันไม่เที่ยง มันเกิดแล้วก็ดับ มันมาแล้วก็ไป เป็นไปตามธรรมชาติ เราไปบังคับไม่ได้
จิต(ตัวรู้) ก็ทำหน้าที่รับรู้ว่าร่างกาย(ตัวถูกรู้) ร้อน-เย็น-ไม่นิ่ง แต่ไม่ได้ยึดติดว่าร่างกายเป็นของเรา ต่างส่วนต่างทำหน้าที่ รับรู้ของใครของมัน ไม่ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน ตัวเราของเรา จึงไม่เกิดขึ้น พอใช้ปัญญาพิจารณาได้ดังนี้ จึงปล่อยวางไว้แค่นั้น จิตเริ่มรวมตัว สมาธิจึงเกิดขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงพ่อแม่ครูอาจารย์ บอกว่าพอได้แล้ว

เมื่อผมกราบเรียนตอบพ่อแม่ครูอาจารย์ ท่านบอกว่า ถูกต้องแล้ว เป็นการใช้ปัญญาก่อให้เกิดสมาธิ

ถ้าถ้อยธรรมที่ ข้าฯได้อรรถธิบายข้างต้นนี้ มีประโยชน์ต่อญาติธรรมบ้าง ข้าฯขอยกบุญกุศลทั้งปวงแด่พ่อแม่ครูอาจารย์ ของข้าฯ ที่เมตตาอบรมสั่งสอนข้าฯให้มีปัญญาในการจักพิจารณาธรรม กราบ กราบ กราบ


ตอนที่ 2 จิตและกายของพระผู้อยู่เหนือโลก

23 ตุลาคม 2554 ประมาณหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มกว่าๆ พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช และเหล่านักรบธรรม ได้เดินทางไปนมัสการรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วิหารหลวงปู่โต ริมถนนมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว โคราช (สร้างโดยคุณสรพงศ์ ชาตรี และพุทธสานิกชน)
ทุกสิ่งถูกกำหนดเวลาให้เข้าไปสักการะในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่วิหารได้ปิดแล้วตั้งแต่ห้าโมงเย็น พอไปถึง พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านได้ลงจากรถโดยเร็วและเดินเข้าไปในวิหารเสมือนกลับบ้านตัวเอง ยามเฝ้าวิหารได้เดินเข้ามาอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก เหล่านักรบธรรมก็ยังงงๆในเหตุการณ์นั้น แต่ต้องรีบเดินติดตามไปให้ทัน ทุกสิ่งดำเนินไปในสภาวะที่ไม่สามารถอธิบายให้ผู้ที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้าใจทั้งหมด หลังจากพ่อแม่ครูอาจารย์ได้เดินขึ้นไปนมัสสการหลวงปู่โตแล้ว ได้เดินลงมาข้างล่างทำให้คุณแม่ชมถึงกับปีติสุดๆ น้ำตาหลั่งไหลออกมาอยู่นานสองนาน เหล่านักรบธรรมก็พลอยปีติไม่แพ้กัน ความลังเลสงสัยไม่มีอีกต่อไป นัยยะบางอย่างยิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โอ้หนอ...จิตและกายของผู้ที่อยู่เหนือโลก แม้จะเกิดดับกี่ชาติภพ ก็ยังเปล่งรังสีออกมาไม่สิ้นสุด...พวกเราไม่มีใครพูดหรือซักถามพ่อแม่ครูอาจารย์ในความสงสัยใดๆ เพราะเข้าใจในสภาวะเหนือโลกด้วยจิตด้วยใจของแต่ละคนอยู่แล้ว
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
25 ตุลาคม 2554











ตอนที่ 3 พระผู้โปรดครูสตรีต่างศาสนา

นอกจากพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านจะได้แสดงธรรมโปรดพุทธศาสนิกชนแล้ว ท่านยังได้แสดงธรรมแก่คุณครูท่านหนึ่งที่ต่างศาสนา ครูสตรีท่านนี้ได้เดินทางมากับเพื่อนครูอีกท่านหนึ่งจากจังหวัดยะลา โดยมาพร้อมกับท่านนาวาอากาศโทสุทน การที่เธอได้เดินทางมาไกลถึงบ้านของผม(ดร.นนต์)ที่โคราช ก็เพื่อแสวงหาที่พึ่งในการปลดทุกข์ของเธอที่ได้รับความทุกข์ทรมานมาเกือบสี่สิบปี(38 ปี)  หลังจากได้กราบถามพ่อแม่ครูอาจารย์แล้ว เมื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ได้แสดงธรรมโปรดเธอจบลง เธอมีอาการปีติจนต้องร้องไห้ออกมา ความทุกข์ทั้งหลายที่อัดอั้นมานับสี่สิบปี ได้คลายออกไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เหลือแต่ความปีติและโอกาสที่เธอจะได้นำไปปฏิบัติเพื่อให้สิ้นทุกข์ทั้งหลายในอนาคตต่อไป ทุกคนที่นั่งฟังอยู่นั้น ต่างอนุโมทนาและให้กำลังใจ และยังได้รับประโยชน์จากธรรมที่พ่อแม่ครูอาจารย์แสดงออกมาเช่นกัน ดังที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านกล่าวว่า "ธรรมะเป็นของโลก" ไม่มีแบ่งเชื้อชาติศาสนา ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ พระพุทธองค์มิเคยปิดกั้นผู้ใด

คำถามของเธอคือ ความทุกข์ทรมานจากบางอย่างทำให้เธอนอนไม่หลับมานานเกือบทั้งชีวิต เมื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ได้แสดงธรรมโปรดเธอในตอนหนึ่งว่า ความทุกข์ทั้งหลายมันมีเหตุมาจากการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้น แล้วนำมาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจึงทำให้เกิดทุกข์ ท่านชี้ให้เห็นโทษของสิ่งนั้นว่า มันเป็นสาเหตุของความทุกข์ หากสิ่งที่เรานำมาคิดมันเป็นคุณแล้วทำไมมันยังทำให้เกิดความทุกข์อยู่เล่า นั่นจึงแสดงว่าสิ่งที่เรานำมาคิดมาปรุงแต่งนั้น มันมีแต่โทษล้วนๆ

คำพูดของเธอในตอนหนึ่งว่า เธอเป็นครูแนะแนวที่คอยให้คำปรึกษาแก่คนอื่นได้ดี แต่ทำไมเธอยังทุกข์อยู่ พ่อแม่ครูอาจารย์จึงกล่าวกับเธอว่า ให้เอาคำสอนที่เธอสอนผู้อื่นนั้นแหละกลับมาสอนตัวเองด้วย อย่าลืมสอนตัวเอง หลังจากนั้นท่านจึงได้แนะนำพื้นฐานแห่งการดับทุกข์แบบง่ายๆ ที่เธอพอจะเข้าใจได้คือ ให้เธอระลึกถึงแต่สิ่งที่ดีหรือสิ่งที่เธอนับถือสูงสุด เพราะศรัทธาในสิ่งที่ดี(สิ่งที่เป็นคุณ)จะทำให้เธอคลายกังวลไปสู่ความสงบ และให้มีสติรู้ลมหายใจเข้าออก เพราะสมาธิเป็นของกลางที่ทุกชนชาติศาสนาสามารถนำไปใช้ได้ การรู้ลมหายใจเข้าออกเป็นการเพ่งอยู่ที่จุดเดียว จึงทำให้ความคิดไม่ฟุ้งซ่านไปที่อื่น ดั่งที่นักปฏิบัติเข้าใจกันดี ท่านบอกว่านี้คือ วิธีที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างง่ายๆ และไม่ขัดกับศาสนาของเธอ ความเมตตาและรังสีธรรมของพ่อแม่ครูอาจารย์ได้แผ่ไปถึงเธออย่างน่าอัศจรรย์ เช้าต่อมาผมทราบจากท่านสุทนว่า เธอจะขอไปกราบและฟังธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ภูดานไหในโอกาสต่อๆไปอีกครั้ง

อนึ่ง พ่อแม่ครูอาจารย์ได้มอบปฐวีธาตุที่ไม่มีรูปพระพุทธเจ้าแก่เธอ เพื่อเป็นที่ระลึกและจะได้ไม่ผิดศาสนาของเธออีกด้วย จึงขออนุโมทนาด้วยทุกประการครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
25 ตุลาคม 2554






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น