ยินดีต้อนรับ


วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

(008) วาระบุญและวาระธรรมที่ภูดานไห

ข้อความทั้งหมดผมนำมาจากกระทู้ "หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิต(ฝัน)" ในเว็บพลังจิต http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-302.html ดังข้อความต่อไปนี้

...............................................................................................

เรียนท่านทั้งหลาย
ผมและคณะนักรบธรรมจากแดนไกลบางส่วนได้ทยอยกลับบ้าน หลังจากได้ไปกราบและปฏิบัติธรรมกับพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ณ ภูดานไห ในวาระวันที่ 3-5 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ผมเองได้เดินทางออกจากภูดานไหพร้อมคณะของคุณพิเชฐจากสุรินทรน์ คุณสันติ คุณมล คุณเก่ง จากจันทบุรี คุณทอมจากกรุงเทพฯ เวลาประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง บรรยากาศในการกราบลาพ่อแม่ครูอาจารย์ คุณแม่ชมและญาติธรรมที่อยู่ภูดานไห ก็เป็นดังเดิม ต่างคนต่างไม่อยากจากลา กราบลาแล้วลาอีก พร้อมน้ำตาก็หลั่งไหลออกมา พ่อแม่ครูอาจารย์และทุกท่านก็ยังลงมาส่งจนถึงที่จอดรถ ท่านมองตามจนกว่ารถของพวกเราจะมองไม่เห็นกัน ความเมตตาของท่านจึงหาที่สุดมิได้

ผมเองได้กลับพร้อมกับท่านสันติมาถึงโคราชประมาณสามทุ่มกว่า ได้พักและกราบพระที่บ้านผมประมาณหนึ่งชั่วโมง ท่านสันติและคณะจึงได้เดินทางกลับจันทบุรี ซึ่งคาดว่าน่าจะถึงประมาณตีสาม ที่บ้านของผมมีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณเก่งได้ค้นพบตัวเอง และมีสิ่งมหัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นจนเป็นที่ประจักษ์แก่ตัวของเขาตามที่ผมได้อธิษฐานจิตให้บังเกิดขึ้น และด้วยบุญบารมีของคุณเก่งเองที่ได้สร้างสมร่วมกันมากับเหล่านักรบธรรมและพ่อแม่ครูอาจารย์ จึงทำให้เกิดเหตุการเหลือเชื่อบังเกิดขึ้นกับตัวเขานั่นเอง ผมเองได้อธิษฐานจิตเพื่อเป็นการยืนยันบางอย่างที่คุณเก่งยังไม่เข้าใจ หลังจากพ่อแม่ครูอาจารย์รวมทั้งคุณแม่ชมได้กล่าวเป็นนัยๆเกี่ยวกับคุณเก่งมาแล้ว เรื่องนี้คงให้ท่านสันติหรือคุณเก่งเป็นผู้มาเล่าเองจึงจะเหมาะสมครับ ผมเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่บางอย่าง(เรื่องปัตจัตตัง) จึงขออนุโมทนากับผู้มีบุญอีกคนครับ



คณะญาติธรรมจากแม่ฮ่องสอนและกรุงเทพฯ

การไปกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ในครั้งนี้ ได้มีคณะของพี่มณีจากแม่ฮ่องสอน ซึ่งเคยช่วยเหลือประสานเรื่องที่พักและนำอาหารมาถวายพ่อแม่ครูอาจารย์เมื่อครั้งธรรมสัญจรที่แม่ฮ่องสอนที่ผ่านมา เดินทางมากับญาติธรรมผู้ใจบุญจากกรุงเทพฯรวมกัน 7 คน มาถึงบ้านผมที่โคราชตอนสายของวันที่ 3 ธันวาคม เวลาประมาณสิบโมงกว่าหลังจากคุณสันติได้มาถึงบ้านผมก่อนแล้วประมาณสิบนาที(โดยไม่ได้นัดหมาย) หลังจากได้ขึ้นไปกราบพระบนบ้านผมแล้วได้ออกเดินทางไปภูดานไหประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง และถึงวัดภูดานไหประมาณหกโมงเย็น เมื่อได้กราบพ่อแม่ครูอาจารย์แล้วคณะของพี่มณีได้ขอกลับไปพักที่รีสอร์ทใกล้กับกุฉินารายณ์ และได้กลับมาถวายภัตตาหารและร่วมฟังธรรมในวันที่ 4 ธค. อีกครั้ง

เช้าของวันที่ 4 ธค. พ่อแม่ครูอาจารย์ได้พาคณะของพี่มณีและพวกเราไปกราบพระบรมสารีริกธาตและพระเกศาธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์และพระอรหันต์องค์อื่นๆบนกุฏิของท่าน และได้มอบพระพุทธปฐวีธาตุให้แก่คณะของพี่มณีทุกคนอย่างถ้วนทั่วกัน หลังจากนั้นได้ร่วมกันใส่บาตรและถวายภัตตาหารแด่พ่อแม่ครูอาจารย์ และในช่วงก่อนกลับพี่มณีและสามีรวมถึงญาติธรรมที่มาด้วยได้ถวายปัจจัยไทยทานและขอร่วมทำบุญในการสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและเครื่องปั่นไฟเป็นเงินหลายหมื่นบาท จึงขออนุโมทนากับทุกท่าน

ผลบุญใดๆที่ผมได้กระทำมาแล้วตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน จงน้อมนำและส่งผลไปถึงทุกท่านให้มีแต่ความสุขความเจริญ สว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรมจนกว่าจะเข้าสู่พระนิพพานกันทุกท่านเทอญ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
6 ธันวาคม 2554


 







ญาติธรรมกำลังดูเกศาธาตุของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช














ดูสถานที่ก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม

สภาพศาลาปฏิบัติธรรมหลังเดิมที่คิดว่าจะสร้างใหม่ แต่เมื่อพวกเราและผู้เขียนแบบคือคุณเก่ง(คนธรรพ์ที่กำลังเดินในภาพ) ได้ดูสถานที่เดิมและสถานที่ใหม่บริเวณข้างในใกล้สระน้ำ จึงได้ข้อสรุปร่วมกันกับพ่อแม่ครูอาจารย์ว่า น่าจะสร้างหลังใหม่ที่บริเวณใกล้สระน้ำที่มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทที่อยู่ด้านใน เพื่อรองรับญาติธรรมในอนาคต และให้อยู่บริเวณเดียวกันที่จะสร้างเจดีย์ธาตุและพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตามที่มีผู้นิมิตไว้ ส่วนหลังเดิมจะปรับปรุงหลังคาและพื้นใหม่เพื่อเป็นที่รองรับการปฏิบัติธรรมอีกที่หนึ่ง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
6 ธันวาคม 2554


 





ภาพถ่ายชุดเก่านำมาให้ดูใหม่ เป็นภาพบริเวณด้านในที่จะก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมใกล้กับพระพุทธรูป ฤาษี และรอยพระพุทธบาทที่พ่อแม่ครูอาจารย์สร้างขึ้นตามนิมิต

 











ถ้ำโพธิสัตว์ภูดานไห

ถ้ำเก่าที่พ่อแม่ครูอาจารย์ให้ขุดเอาดินออก เป็นถ้ำพระโพธิสัตว์ที่รกร้างและถูกดินอุดจนแทบมองไม่เห็น พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านให้ตกแต่งขึ้นมาใหม่ ถ้ำทั้งสามอยู่ห่างกันประมาณห้าเมตร อยู่ด้านทางขึ้นวัดใกล้ที่จอดรถ มีขนาดพอนั่งได้ 1 คน และ 2 คน สามารถกางเต๊นท์ภายในได้หนึ่งหลัง ถ้ำแรกมีแอ่งน้ำตื้นๆอยู่ในสุด ผมชอบถ้ำนี้จึงได้จองไว้แล้ว ปีใหม่นี้คงได้ไปลองนั่งภาวนาตามที่คุณตาประเสริฐให้ไปนั่งดูเอาเอง เหล่านักรบธรรมคงต้องจับสลากในการจองถ้ำกระมัง ผมและคุณพิเชฐชอบมากเป็นพิเศษ ก็เพราะจริตเดิมมันผุดขึ้นมา ฤาษีสามตนแม้อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แต่อยู่ใกล้กันได้ครับ

 



ถ้ำแรกมีน้ำขังอยู่ด้านใน



ถ้ำที่สองส่องทะลุเพดานและนั่งได้คนเดียว









คุณเก่ง (ฤาษีหรือคนธรรพ์) น้องใหม่ครับ



ตอนนี้ฤาษีสามตนอยู่ถ้ำเดียวกันได้ชั่วคราว



ถ้ำที่สามหากเป็นฤาษีสามีภรรยาก็สามารถนั่งด้วยกันได้



บริเวณด้านหน้าหากทำความสะอาดสามารถนั่งภาวนาและกางเต๊นท์ได้อีกหลายคน



เผิงผาที่อยู่ติดกันสามารถนั่งภาวนาได้หลายคน



เมื่อฤาษีเบื่อการภาวนาในถ้ำก็สามารถขึ้นมาอาบแดดบนลานหินด้านบนได้



 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น