ยินดีต้อนรับ


วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

(013) สภาวะธรรมเกิดจากสภาวะจริง

ข้อความจากคุณสันติ (นักรบธรรม ศิษย์ พ.สุรเตโช) 13 ธันวาคม 2554 http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-307.html#post5446818
...................................................................

สวัสดีครับ พี่น้องนรธ.ทุกท่าน กลับมาจากภูดานไห ไม่มีอะไรมาฝากนอกจากธรรมะที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเมตตาสั่งสอครับ เมื่อสมัยที่ไปกราบท่านใหม่ๆท่านก็สอนธรรมหลายข้อ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ท่านก็เมตตาสอนซ้ำแล้วซ้ำอีก จนพอที่จะนำไปปฏิบัติได้บ้าง อย่างเช่นเรื่องอารมฌ์ต่างๆที่เรามักจะเจอในชีวิตประจำวัน เช่นอารมฌ์โกรธ หงุดหงิด กังวล ฯลฯ เมื่อมีอารมฌ์อย่างนี้เกิดขึ้นในใจ ท่านก็จะให้พิจารณาว่าอารมฌ์เหล่านี้มันไม่เที่ยง มันเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป อย่าเอาจิตของเราเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ถ้าเราเอาจิตของเราเข้าไปผูกติดกับอารมฌ์เหล่านี้ มันจะทำให้ใจของเราเป็นทุกข์ เป็นกังวล ให้ละวางเสีย แล้วใจของเราจะได้สบาย

ในชีวิตทางโลกของคนอย่างพวกเรา ต้องเจอกับอารมฌ์อย่างที่ว่านี้อยู่แล้ว อย่างตัวผมเองวันหนึ่งก็มีเรื่องที่ทำให้ หงุดหงิด ก็คิดถึงคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ท่านเคยสอน ให้พิจารณาอารมฌ์(หงุดหงิด)เหล่านั้น แล้วก็ละวางเสีย แต่มันก็ไม่ยอมหายหงุดหงิดเสียที สุดท้ายก็ใช้วิธีกำหนดลมหายใจ เข้า-ออก บริกรรม พุท-โธ พอทำไปได้สักพักจิตของเราก็อยู่กับปัจจุบัน รู้แต่ลมหายใจ เข้า-ออก ความหงุดหงิดนั้นก็หายไป หายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ก็รู้สึกดีใจ คิดว่าเราละวางอารมฌ์หงุดหงิดได้แล้ว

เมื่อมีโอกาสได้ไปกราบท่าน ก็ได้บอกเล่าถึงประสบการณ์และการพิจารณาอารมฌ์อย่างนี้ให้ท่านฟัง พอท่านฟังจบท่านก็บอกว่า การละวางอารมฌ์หงุดหงิด โดยวิธีกำหนดลมหายใจ นั้นไม่ถูก นั่นเป็นการเคลื่อนจิต คือความหงุดหงิดไม่ได้หายไปไหน ยังคงอยู่แต่เราเอาการภาวนากำหนด ลมหายใจเข้า-ออก ไปทับเอาไว้ มันยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้ถูกจุด ไม่ใช่การละวางที่ถูกต้อง คือแทนที่เราจะพิจารณาถึงความร้อนในอารมฌ์ ที่ทำเกิดโทษ เกิดผลเสียต่างๆในจิตใจ ที่ไปยึดมั่นถือมั่นนั้น กลับหนีไปภาวนาแทน คือเราต้องพิจารณาจนเรารู้สึก เห็นโทษของอารมฌ์หงุดหงิดนั้นจริงๆ หรือรู้สึกถึงความร้อนในจิตใจที่เป็นทุกข์นั้นจริงๆ จึงจะเป็นการละวางที่ถูกต้อง

เพราะอารมฌ์ต่างๆนั้น มันไม่ใช่ของเรา มันไม่มีตัวตนไม่สามารถบังคับ หรือสั่งมันได้ มันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ถ้าเรารู้จักวิธีที่จะรับมือ รู้เท่าทัน มันจะเกิดขึ้นอีกเป็นพันๆครั้ง เราก็สามารถที่จะละวางได้จริงๆ แล้วจะทำให้จิตใจของเรา เบา สบาย ที่สำคัญถ้าเราฝึกบ่อยๆก็จะทำให้กิเลสของเรา ค่อยๆน้อยลง ระหว่างคำว่า ให้เราละวางไว้ ถึง ละวางได้จริงๆ รอยต่อของช่วงนั้น เราต้องพิจารณาถึงโทษของความหงุดหงิด ที่ทำให้เกิดความร้อนรุ่ม ความกังวล ฯลฯทีจะเกิดกับตัวเรา ที่จะทำให้เราเกิดความทุกข์ เราต้องพิจารณาจนรู้สึกได้จริงๆ เห็นโทษจริง แล้วเราจะละวางได้จริง มันจะเป็นการฝึกทำให้จิตของเราเป็นกุศล หมั่นฝึกจิตของเราให้เป็นกุศลบ่อยๆ แล้วผลของมันจะทำให้เราถึงที่สุดแห่งทุกข์

ถ้าเราทำได้ดังนี้เท่ากับเราได้ใช้ปัญญาในการพิจารณาถอดถอนกิเลส ออกจากใจของเรา พ่อแม่ครูอาจารย์บอกว่า เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการใช้ปัญญาที่ถูกต้อง จะช้าหรือเร็วต้องถึงจุดหมายแน่นอน

ธรรมะของจริง ต้องใช้ได้จริง และเห็นผลจริง

..............................................................


ข้อความของ ดร.นนต์

สภาวะธรรมย่อมเกิดจากสภาวะจริง


ธรรมะจริง ผู้สอนรู้แจ้งแห่งธรรมะจริง ผู้เรียนรู้และกำลังศึกษาอย่างจริงๆ ใช้ปัญญารู้แจ้งจากสถานการณ์จริงๆ การละวางก็จะบังเกิดขึ้นจริงในอนาคต นี้แหละลูกศิษย์ของพระตถาคต และลูกศิษย์ของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช แห่งภูดานไห ขออนุโมทนากับความเจริญในธรรมของท่านสันติครับ


ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
13 ธันวาคม 2554

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น