ยินดีต้อนรับ

ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างพุทธสถานภูดานไห ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ (ติดต่อ : dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008)

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

(042) หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี มาโปรดในนิมิต

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี มาโปรดในนิมิต

เมื่อวานหลังจากที่ผมได้นำเสนอเรื่องราวพลังอำนาจของคำภาวนา "พุทโธ" แล้ว เมื่อคืนราวตีสี่กว่าๆ ผมได้นิมิต(แยกจากความฝัน)ว่า ผมได้กราบสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ท่านบอกให้ผมดูประวัติคล้ายแฟ้มภาพของพระสงฆ์หลายองค์ ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร ในนิมิตต่อมาผมเห็นหลวงปู่อีกหลายองค์ หนึ่งในนั้นคือ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ท่านได้กล่าวกับผมว่า ท่านไม่ได้ยึดถือไสยศาสตร์นะ ท่านไม่เอา ท่านจึงได้บรรลุธรรม พอท่านกล่าวเสร็จผมก็เห็นท่านยิ้มด้วยความเมตตาต่อผม ผมเกิดความปีติ จึงต้องลุกขึ้นมาเดินจงกรมในราวตีห้ากว่าๆ และนั่งภาวนาสมาธิต่อจนถึงเกือบเจ็ดโมงเช้า

ท่านทั้งหลาย ขณะที่ผมภาวนาเดินจงกรมอยู่นั้น ผมได้โน้มนำเอาคำสอนของหลวงปู่เทสก์ มาพิจารณาเป็นอุบายธรรม ต่อมาปรากฏจิตผุดรู้ขึ้นมาว่า ไสยศาสตร์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นสายขาวหรือสายดำ ต่างล้วนเป็นสิ่งรั้งยึดเหนี่ยวมิให้เราเข้าสู่กระแสพระนิพพานได้ เพราะการใช้ไสยศาสตร์นั้น แน่นอนมันต้องมีผลกระทบไปสู่การเบียดเบียนซึ่งกันและกัน จริงอยู่ แม้ไสยศาสตร์สายขาว จะเกื้อกูลมนุษย์อยู่บ้าง แต่หากพลังอิทธิคุณทั้งหลายไปเบียดเบียนแม้แต่จะเป็นฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ(ฝ่ายไม่ดี)ก็ตาม มันก็ยังเป็นการเบียนเบียนกันอยู่ดี มีแต่จะสร้างเวรกรรมต่อกันไม่รู้จบสิ้น จิตผมพิจารณาต่อไปว่า พรหมวิหารสี่ ที่พระพุทธองค์ตรัสสั่งสอนไว้นั้นแหละดีที่สุด โดยเฉพาะ ความเมตตา นั้น จะเป็นคุณธรรมที่คอยคุ้มครองตัวเราได้ ดั่งที่พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโชเจ้า ท่านก็ได้บอกสอนเหล่านักรบธรรมอยู่เสมอว่า ไม่มีเครื่องรางของขลังใดๆ จะป้องกันตัวเราได้ดีไปกว่า คุณธรรม ที่เกิดขึ้นภายในตัวเราได้อีกแล้ว รวมทั้งการภาวนา "พุทโธ" นั้นหละจะเป็นพระคาถาที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้ไสยศาสตร์ใดๆเลย

ท่านทั้งหลาย พลังอำนาจของความเมตตาต่อสรรพสัตว์ที่เกิดขึ้นภายในหัวจิตหัวใจของเราอย่างบริสุทธิ์นั้น มันยิ่งใหญ่จริงๆ ความรู้สึกทั้งหลายของบุญ(คุณธรรม)ที่บังเกิดขึ้นภายในตัวเรานั้น มันไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจกันได้ ความสงบสุขร่มเย็น และพลังที่แผ่ซ่านปีตินั้น มันเกินกว่าที่จะพรรณาได้ แล้วท่านจะเข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์ได้เองว่า อ๋อมันก็เป็นเยี่ยงนี้เองหนอ ข้าพระพุทธเจ้าเข้าใจแล้ว ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธองค์แล้ว

ที่ผ่านมา ผมเองได้มีโอกาสไปเรียนรู้สิ่งมหัศจรรย์ต่างๆมากมาย รวมทั้งพลังแฝงก็เริ่มปรากฏขึ้นภายในตัว อวิชชาของพวกไสยศาสตร์ก็อาจเข้ามาครอบคลุมในจิตใจได้ ความลุ่มหลงในวัตถุมงคลต่างๆ รวมทั้งที่กำลังผุดขึ้นจากดิน และร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ด้วยอิทธิฤทธิ์และปาฏิหาริย์นั้น ก็อาจเข้ามาควบคุมจิตใจให้เราลุ่มหลงได้ สิ่งทั้งหลายได้เข้ามาทดสอบผมตามลำดับ ดังที่มีผู้บอกผมไว้แล้วว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเข้ามาทดสอบผมในปีนี้"

ท่านทั้งหลาย การที่ผมนำเอาเรื่องราวธรรมนิมิตมาเล่าสู่กันฟังนี้ แม้ความจริงแท้นั้นจะเป็นเยี่ยงใดก็ตาม แต่ผมก็ได้แสดงออกด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อทุกท่านได้พิจารณาตามว่า สิ่งที่ผมพูดออกไปนั้น มันสามารถพิสูจน์ได้ไหม มันสามารถอิงกับคำสอนของพระพุทธองค์และคำสอนของพ่อแม่ครูอาจารย์ได้จริงไหม หรือผมเกิดอุปาทานคิดเองปรุงเองหรือไม่ ท่านทั้งหลายจะเป็นผู้รู้คำตอบด้วยตัวของท่านเอง


อนึ่ง... อาการที่ผมนำเสนอนี้ เขาเรียกกันว่า อาการสุขจนล้น(เกินความพอดี) จึงเป็นอาการหลงอีกชนิดหนึ่งคือ หลงในความรู้(อาจเป็นวิชชาหรืออวิชชา) หรืออาจกล่าวได้ว่า อยากแสดงออกให้คนอื่นรับรู้ ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่สามัญชนมิใช่อริยบุคคล นั่นเอง... ในอนาคต ผมจะละวางสิ่งเหล่านี้ หากผมมีโอกาสได้ออกปลีกวิเวกอย่างจริงจัง ดังนั้น ตอนนี้ ผมจึงขอแสดงออกตามเหตุและตามควรแก่ภูมิธรรมอันน้อยนิดของตัวเองไปก่อน ท่านทั้งหลายจึงโปรดใช้วิจารณญาณเอาเองนะครับ ขออนุโมทนา

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
12 กุมภาพันธ์ 2555

1 ความคิดเห็น: