ยินดีต้อนรับ


วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

(076) ธรรมสัญจรที่หนองคาย วาระสงกรานต์ปี 2555 (ต่อ)

ข้อความเดิมของคุณสมบัติ เพ็งพล

14: วันที่ 16 เม.ย. 55 : ออกเดินทางไปหนองคาย

โดยรถคันนี้ครับ

คันสีขาวนะครับ บ่ใช่คูโบต้า



การเดินทางแสวงบุญก็เพื่อร่วมบุญสองที่ตามข้อมูลนี้
มีคณะผู้ติดตามรวม 2 คันรถ
คันที่ 1 : องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ คุณแม่ชม ผม(IT Man) ยายออฟ (เจ้าของรถสีขาว) เมียผู้ใหญ่บ้านกุดหว้า คุณมานพ และครูเยาว์
คันที่ 2 : ครูชาติ คุณจ๊อกกี้ และคุณโกศล
15: วันที่ 16 เม.ย. 55 : ถวายภัตตาหารและแวะท่าเสด็จ (ชมของแปลก)
องค์พ่อแม่ครูอาจารย์พาพวกเรามาที่นี่ และบอกว่า เห็นเช่นนี้มานาน...เขาเลิกฮิตกันมาโดนแล่ว

ระหว่างชมวัตถุธาตุเหมือนแก้ว หลากสี ตระการตา

เจ้าของร้านเป็นไทยม้งครับ!

มีแทบทุกอย่างไม่ต่างจากท่าพระจันทร์

องค์นี้มีถึงเก้าเศียร

องค์นี้เก่าหน่อย แต่ขอลดได้อีก (นะ)

ญาติโยมเข้ามากราบขอความเมตตา

อืม...

เสด็จมากันครบ สมเด็จองค์ปฐมทรงงดงามมาก (หลัง/ซ้าย)

มีครบทุกชนิดที่เสด็จได้บนฟ้าหรือบนดิน

สรุปว่า...เราไม่ได้อะไรติดมือมาสักชิ้นเลย
อาจเป็นเพราะดีกรีความอยากได้ใคร่มีมันลดลงถึงตาตุ่ม...ซั่นแล้ว (ภาษาอิสาน)

มาดเข้มของคุณจ๊อกกี้ โดยมีคุณแม่กำกับอยู่เบื้องหลัง ..และ..
มีพระพุทธปฐวีธาตุเพียงองค์เดียวติดคอ ถึงไหนถึงกันเนาะ แม่นบ่?

คุณแม่หัวเราะอะไรเนี่ย ?

มาหนองคาย อย่าลืมแวะเน๊อ...

อ่อ...ยกเว้นร่มกันแดด ที่ได้ติดมือมา
เปิงแต๊เดอ...(ภาษาเหนือ)
16: วันที่ 16 เม.ย. 55 : ศาลาแก้วกู่


ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) อุทยานเทวาลัย จังหวัดหนองคาย (สำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย) แหล่งท่องเที่ยว ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 3 กม. ด้วยความอลังการ งานสร้างด้วยความศรัทธา ยิ่งใหญ่
*** ศาลาแก้วกู่ สร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่า ทุกศาสนาผสมผสานกันได้ ...ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ในพื้นที่ 42 ไร่ รูปปั้น ทั้งเล็กใหญ่แล้วว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพัน
*** ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 – 2539 ) ซึ่งมีประวัติชีวิตและผลงานอัศจรรย์ โดยย่อ ดังนี้ นางคำปลิว สุรีรัตน์ (พี่สาวคนโตของปู่เหลือ) ชาวหนองคาย แต่งงานได้ระยะหนึ่ง ฝันว่ามีชีปะขาวนำ นาคมรกตมามอบให้ แต่บอกว่าอีก 7 เดือนค่อยไปรับมาเป็นของตน ต่อมาแม่ตั้งท้องลูกคนที่เจ็ด ในวัยสูงอายุและหมดประจำเดือนแล้ว และคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 7 เดือน ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นไปตามนิมิตในฝัน นางคำปลิวและสามี จึงรับน้องชายมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่แรกเกิด

....ด.ช.บุญเหลือชอบเข้าวัดมาแต่เด็ก พออายุได้หกขวบนางคำปลิวเสียชีวิตลง สามีนางคำปลิวมีภรรยาใหม่ ด.ช.บุญเหลือจึงกลับไปอยู่กับ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่มักขัดขวางห้ามปรามผู้ใหญ่ในทางบาปต่างๆ จึงไม่เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้อง ครั้นอายุ 12 ปี ทนความกดดัน รอบข้างไม่ไหว จึงหนีออกจากบ้านรอนแรม ไปจนพบสำนักอาศรมแก้วกู่ในเขตแดนลาว และได้ฝากตัวศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรมอยู่กับ พระมุนีที่นั่น จนอายุครบ 20 ปี พระมุนีจึงให้ออกจากสำนัก ไปจาริกแสวงบุญโปรดญาติโยมทั้งใกล้และไกล เมื่ออายุ 30 ปี จึงได้กลับมาปรนนิบัติตอบแทนคุณในวาระสุดท้ายของชีวิตพ่อแม่ ก่อนแม่สิ้นบุญในปี 2507 ได้มอบที่ดิน 8 ไร่ ณ บ้านเชียงควาน เมืองท่าเดื่อ เวียงจันท์ ไว้เป็นมรดก

...ปี พ.ศ. 2513 ปู่เหลือได้พัฒนาที่ดินดังกล่าวสร้างเป็น “ปูชนียสถานเทวาลัยอย่างมหึมา” พุทธศาสนิกชนทั้งในภาคพื้นยุโรป และเอเชียเลื่อมใสมาก แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤตในราชอาณาจักรลาวเมื่อปี พ.ศ. 2518 หลวงปู่จึงพาลูกศิษย์ข้ามโขงมา และรวมกันจัดตั้งเป็น “พุทธมามกสมาคมจังหวัดหนองคาย” โดยกรมการศาสนารับรองให้ในปี พ.ศ. 2519

... ปี พ.ศ. 2521 สานุศิษย์ได้จัดซื้อที่ดินราว 41 ไร่ ในเขตบ้านสามัคคี ต.หาดคำ ถวายให้เป็นที่ตั้งสำนักจวบจนปัจจุบัน ต้นปี พ.ศ.2527 ปู่เหลือถูกใส่ความ และมีผู้ไปแจ้งตำรวจตั้งข้อหาฉกรรจ์ (ซึ่งทางสำนักขอสงวนไว้) ต้องอยู่ในเรือนจำจนถึง ปลายปี 2529 เมื่อออกมาแล้วก็สร้างเทวรูป อีกมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ และทั้งขนาดที่สูงถึง 33 เมตร เมื่อสร้างทั้งพุทธรูปและเทวรูปถึง 209 ปางแล้ว ก็สร้างศาลาแก้วกู่หลังใหม่ โดยรื้อหลังเก่า (พ.ศ.2523 – 2538) ที่ทรุดโทรมลง ขณะก่อสร้างศาลาหลังใหม่ ปู่เหลือก็ล้มป่วย และต่อมาได้เสียชีวิตลงในเดือนสิงหาคม 2539 สานุศิษย์ได้นำผอบ (ผะ-อบ) แก้วใส่ร่างของท่านไว้ ตามความประสงค์ก่อนสิ้นชีวิต”











17: วันที่ 16 เม.ย. 55 : ให้อาหารปลา (ศาลาแก้วกู่)
ถวายอาหารปลาแด่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ให้อาหารปลา









นางนาค
ศาลาแก้วกู่ เมืองหนองคาย


18: วันที่ 16 เม.ย. 55 : ภาคค่ำ เข้ากราบหลวงพ่อจ่า ร่วมบุญสร้างสถานปฏิบัติธรรมคำตัน







หลังจากน้อมถวายปัจจัย เครื่องไทยทานเสร็จ
หลวงพ่อจ่าได้ให้โอวาทและสอนธรรมะพวกเราครับ
19: วันที่ 17 เม.ย. 55 : ภาคเช้า เข้ากราบหลวงพ่อเจ้าคณะอำเภอโพนพิสัย ร่วมบุญหล่อองค์พระประธานฯ
เช้าวันนี้ได้เดินทางมาวัดหลวง เพื่อกราบหลวงพ่อพระครูพิสัยกิจจาทร เจ้าคณะอำเภอโพนพิสัย
และร่วมทำบุญเนื่องในงานพุทธาภิเษกพระพุทธพิสัยมงคลนาคาคุ้มครองโลก และหล่อพระประธานหลวงพ่อพระสุก




คุณแม่น้อมถวายปัจจัย

จากนั้นองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ได้พามากราบพระประธานภายในพระอุโสสถหลังเก่า
พระประธานองค์ใหญ่นี้องค์ท่านว่า อายุการสร้างประมาณ 400 ปี มีความศักดิ์สิทธิ์มาก
สมัยที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์อยู่ที่วัดแห่งนี้ ได้เข้ามาภาวนาในนี้อยู่เนืองๆ
และพระพุทธรูปเสี่ยงทาย องค์ท่านก็เคยเสี่ยงทายที่นี่เป็นที่แรกครับ





20: วันที่ 17 เม.ย. 55 : ภาคเช้า นรธ.เสี่ยงทายคำถามในพระอุโบสถหลังเก่า

องค์พระเสี่ยงทายองค์นี้ครับที่องค์ท่านเคยเสี่ยงทาย
และบอกให้พวกเราเสี่ยงทายข้อสงสัยบางประการ ที่ไม่อาจเอ่ยปากถามใครได้ โดยคุณแม่ได้เสี่ยงทายเป็นรายแรก

น้ำหนักปกติขององค์พระนั้นเบามากๆ ยกขึ้นปกติสบายๆครับ


น้องโกศล ไม่ทราบว่าถามอะไร...ครั้งที่หนึ่ง ยกขึ้น

แต่ครั้งที่สอง ??

น้องเก๋ นานพ

ผมเสี่ยงทายรอบแรก หากผลเป็นดั่งว่า...ขอให้ยกไม่ขึ้น!

เสี่ยงทายรอบสอง หากผลเป็นดั่งว่า...ขอให้ยกขึ้น

คุณจ๊อกกี้

คุณจ๊อกกี้ : รอบสอง ยกจนหัวสั่น ก็ไม่ขึ้น
สรุปว่าผลตรงกัน


ผลการเสี่ยงทายนั้น ยังความปลื้มปีติให้กับเหล่าคณะผู้ติดตาม ถึงกับน้ำตาคลอ
ต่างเข้ามาก้มกราบแทบเท้าองค์พ่อแม่ครูอาจารย์
สำหรับผมนั้น : ในวันนี้เสี่ยงทายสองคำถาม และเมื่อวาน (ที่ศาลาแก้วกู่) อีกหนึ่งคำถาม
ผลยกขึ้นและไม่ขึ้นสลับกันไป ณ ตอนนี้เลิกสงสัยใคร่อยากรู้แล้ว
(หลังจากปีติในผลการเสี่ยงทาย เมื่อครั้งไปสักการะวัดพระธาตุพนม)


21: วันที่ 17 เม.ย. 55 : สักการะสิ่งศักดิ์ภายในวัดหลวง



ภายในพิพิธภัณฑ์

พระพุทธพิสัยมงคลนาคาคุ้มครองโลก
พระพุทธปางประทานพร

หลวงพ่อพระสุกองค์จำลอง (องค์จริงอยู่ในแม่น้ำโขง)

9 เศียร



ว่ากันว่าเป็นหงอนพญานาค

ท่านผู้มอบสิ่งของประจำพิพิธภัณฑ์
 
 
องค์หลวงปู่ทวด องค์หลวงปู่เจ้าประคุณสมเด็จฯโต

องค์หลวงปู่ทวด

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมท่านชอบสร้างองค์หลวงปู่ทวด คู่กับองค์หลวงปู่เจ้าประคุณสมเด็จฯโต
 
 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น