ยินดีต้อนรับ

ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างพุทธสถานภูดานไห ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ (ติดต่อ : dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com 0857678008)

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

(001) พ.สุรเตโช พระผู้มาโปรดโลก

พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช
พระผู้มีเมตตาลงมาเพื่อโปรดโลก ในช่วงกึ่งกลางพระพุทธศาสนา
วัดภูดานไห ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์


ข้อความจากครูร่วมชาติ (ผู้ใกล้ชิดพ่อแม่ครูอาจารย์)
จาก http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-258.html 

เอาไว้ให้คุณแม่ชมเล่าให้ฟังอีกทีครับ เท่าที่แม่ชมเคยเล่าให้ฟังที่จำได้เป็นอย่างนี้...วันนั้นมีญาติโยมกราบอาราธนาอยากให้พ่อแม่ครูอาจารย์ได้พาญาติทางภูดานไห ไปกราบหลวงปู่จาม พอตอนกลางคืนท่านก็ได้นั่งอธิษฐานจิต และว่าทุกอย่างทั้งความรู้ ความคิด และทิฎฐิ เพื่อไปกราบหลวงปู่จาม พอไปถึงวัดท่านก็ได้นั่งรออยู่ด้านหน้ากุฏิหลวงปู่ จากนั้นก็มีพระเรียกให้เข้าพบ เข้าไปตอนแรกหลวงปู่จามนอนอยู่ พ่อแม่ครูอาจารย์ก้มกราบหลวงปู่จาม ท่านก็ลุกขึ้นมาแล้วเอามือกดหัวและลูบหลังพ่อแม่ครูอาจารย์ คลึงมืออยู่อย่างนั้นไม่ยอมวาง (นานเท่าใดไม่ทราบ) หลวงปู่จามก็เอามือลูบหัว และลูบหลังคลึงมืออยู่อย่างนั้น ซึ่งคุณแม่ชมได้มองดูแล้ว อาการที่หลวงปู่แสดงออกคล้ายๆ กับพ่อลูกที่จากกัน มานานแสนนาน เหมือนกับคนที่เคยอยู่ด้วยกันแล้วจากกันและมาพบกัน หลวงปู่ก็ก็พูดว่า "สุคโต..เด้อ" อยู่ร่ำไป...คุณแม่ชมที่นั่งอยู่ด้านหลังรู้สึกปีติจนน้ำตาไหลออกมา
...........................................................................................................

สุคโต แปลทั่วไปว่า เสด็จไปดีแล้ว เป็นพระเนมิตกนามของพระพุทธเจ้า ใช้ว่า สุคต หรือ พระสุคต ก็ได้
สุคโต ท่านให้ความหมายไว้ 4 นัย คือ
นัยที่ 1 หมายความว่า ผู้มีทางเสด็จที่งาม คือ อริยมรรค อันเป็นทางที่สะอาด ไม่มีโทษ
นัยที่ 2 หมายความว่า ผู้เสด็จไปสู่ที่อันดี คือเสด็จไปสู่พระอมตนิพพาน
นัยที่ 3 หมายความว่า ผู้เสด็จไปแล้วโดยชอบ คือไม่เสด็จหวนกลับมายังกิเลสที่ทรงสละได้แล้วอีก เสด็จไปบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ชาวโลกทั้งปวง และทรงดำเนินไปตามทางสายกลาง ไม่เข้าใกล้ทางสุดโต่งสองทางคือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค
นัยที่ 4 หมายความว่า ผู้ตรัสโดยชอบ คือ ตรัสแต่วาจาที่ควร ในฐานะอันควร


..........................................................................................
ข้อความของคุณ manopk จากเว็บพลังจิต 2 ตุลาคม 2554 
http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-260.html

สวัสดีครับ
ผมยังไม่รู้จักสมาธิอันใด ไม่รู้จักฌาณอันใด พ่อแม่ครูอาจารย์มีเมตตามากไม่มีประมาณ

ท่านคอยสอบถามแนะนำสั่งสอนเสมอ
ผมจะได้ไปกราบปฏิบัติธรรมกับพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ตอนสงกรานต์เพราะโรงงานหยุดยาวตอนนั้นจะเป็นหน้าร้อนที่วัดจะขาดน้ำมีน้ำใช้น้อยตอนไปกราบท่านแต่ละครั้งผมก็จะทำบุญถวายปัจจัยให้กับท่านแต่สงกรานต์ปีนี้ผมไม่ได้พกเงินติดตัวมีเพียงสร้อยทอง 2 สลึง 1 เส้น ก่อนหน้าวันจะกลับหลายวันก็ได้สอบถามพ่อแม่ครูอาจารย์ว่าพระปฏิบัติปกติแล้วจะจับเงินไม่ได้แล้วสามารถจับทองได้หรือไม่พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาตอบว่าจับไม่ได้ เมื่อถึงวันจะกลับผมก็ได้ปรึกษากับแม่ชมว่าจะถวายทองกับพ่อแม่ครูอาจารย์ต้องทำอย่างไรแม่ชมก็ให้คำแนะนำว่าให้เอาใส่ซองขาววางบนพานแล้วกล่าวถวายเมื่อถึงคืนสุดท้ายก่อนกลับที่ศาลาหอฉัน ผมก็เลือกตอนที่คนน้อยผมคิดว่าผมได้ตั้งใจทำบุญจากใจจริงไม่ต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจว่าผมทำบุญเพื่อหน้าตาเพื่อการยกย่องสรรเสิญ บางคนอาจอนุโมธนาบุญด้วยบางคนอาจไม่คิดแบบนั้น ตอนนั้นพ่อแม่ครูอาจารย์ก็นั่งอยู่ที่ศาลาหอฉันตามปกติเมื่อผมกล่าวแล้วขอให้บุญกุศลที่ได้ทำส่งผลให้คุณแม่ของผมมีสุขภาพดี และให้คุณพ่อของผมเลิกเหล้าเสีย ท่านก็ให้วางพานไว้ที่ขอบแคร่ท่านกล่าวว่าเราได้พิจารณารับไว้แล้วแต่จะคืนให้กับผมเนื่องด้วยผมยังจำเป็นต้องใช้ เสียดายที่หลวงตามหาบัวท่านมรณะภาพแล้วไม่อย่างนั้นคงจะได้ถวายช่วยชาติ เรื่องคุณพ่อคุณแม่ผมนั้นท่านก็พิจารณาให้แล้วแต่ว่าก็สุดแท้แต่เรื่องของกรรม(คุณพ่อคุณแม่ผมท่านทำกรรมกับหมู่สัตว์มากอยู่ครับเพื่อการดำรงชีวิต) แล้วพ่อแม่ครูอาจารย์ให้ผมมารับกลับ ท่านถามผมว่าดีใจหรือไม่ ผมก็ตอบว่า ดีใจครับ ทั้งหมดนี้ก็เป็นที่มาของเงินทำบุญศร้างศาลาและหอฉันถวายพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ผมได้ทำไป 11,600 บาท เพราะได้นำทองเส้นนั้นไปขายไงครับ
ก่อนหน้านี้ผมได้ฟังธรรมของพระรูปหนึ่งมีความซึ้งใจ โดนใจ ในธรรมของท่านมาก และได้แสวงหาฟังมาเรื่อยๆ จนได้รู้ว่าเป็นการแสดงธรรมของท่านหลวงตามหาบัวตั้งแต่สมัย 30 ปีก่อน


พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านก็คงรู้ว่าผมเคารพนับถือท่านหลวงตามหาบัวยิ่ง พ่อแม่ครูอาจารย์จึงได้หยิบไม้มาให้ผมดูท่อนหนึ่งแล้วบอกว่าเป็นไม้ที่ใช้ในพิธี(ผมกล่าวไม่ถูกครับเป็นพิธีเผาองค์หลวงตาท่าน) แล้วพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ได้มอบภาพหลวงตามหาบัวเป็นจี้หน้าหลังที่เขียนว่า ชาติสุดท้ายให้ผม ผมดีใจมากแต่ผมก็ไม่ได้แสดงอาการออกมามากนัก

หลังจากที่ออกจากวัดมาแล้วผมได้โทรศัพท์ไปที่แม่ชมให้ช่วยเรียนถามพ่อแม่ครูอาจารย์ว่าเมื่อไรผมจึงจะได้บวช ท่านถามกลับมาว่าจะบวชนานเท่าไร

ผมตอบกลับไปว่าบวชตลอดชีวิตครับ พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านเมตตาตอบกลับมาว่า " อีกระยะหนึ่ง " ได้ยินอย่างนี้แล้วผมปีติมากน้ำตาก็จะไหล ผมตั้งใจแล้วว่าจะสะสางทางโลกนี้เสียให้สิ้นไปภายใน 5 ปีข้างหน้านี้แล้วจะขอเดินตามรอยบาทท่าน

แม้จะเป็นความหวังอันเล็กน้อยแต่ความหวังนั้นก็จุดประกายให้สว่างในใจได้ ผมมีครอบครัวแล้วครับนี่ก็เป็นสิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้ได้ใน 5 ปีนี้
ขอให้เจริญในธรรมนะครับพี่ๆทุกๆท่าน


.........................................................................................................
ข้อความจากครูร่วมชาติ จากเว็บพลังจิต 2 ตุลาคม 2554 
http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-260.html

อ่านดูแล้วก็รู้สึกปิติกับคุณเก๋ (มานพ) ด้วย และขออนุโมทนาสาธุด้วยทุกประการ บุญกุศลใดที่คุณเก๋ได้ทำมาแล้วตั้งแต่อดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาตินี้ก็ขอให้บุญกุศลนั้นจงแปรเปลี่ยนเป็นพลังมหาบุญมหากุศลส่งผลให้สิ่งที่คุณเก๋ปรารถนาไว้จงสำเร็จ...ทุกประการ..การปฏิบัติธรรมก็มีความเจริญก้าวหน้าจนได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วยเทอญ...

...อันความเมตตาของพ่อแม่ครูอาจารย์นั้นท่านไม่มีประมาณครับ ยกตัวอย่างที่ผมเคยร่วมเดินทางไปกับท่านหลายๆ ครั้ง เห็นท่านให้คุณแม่ชมซื้อสิ่งของต่างๆ บางครั้งยังคิดว่าทำไมต้องซื้อ บางครั้งก็ซื้อแพงๆ เหตุผลที่ท่านทำอย่างนั้นก็เพื่อสงเคราะห์โลก คือก่อนซื้อท่านจะให้ดูก่อนว่าเป็นคนชรา คนพิการ หรือเด็ก หากเป็นคนชราก็จะถามว่าอยู่กับใคร มีลูกหลานดูแลหรือเปล่า หากฟังดูแล้วน่าสงสารท่านก็จะสงเคราะห์อย่างมาก....และผู้ที่ร่วมเดินทางไปกับท่านก็จะไม่มีความอดอยาก ท่านจะให้คุณแม่ชมซื้อสิ่งของไว้ตลอดเวลา....นี่แหละความเมตตาของท่านไม่มีประมาณผู้ที่อยู่ด้วย และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้นจึงจะรู้...เวลาท่านเทศนาสั่งสอนเรา ท่านก็สั่งสอนออกมาจากใจ... บางครั้งผมมานั่งนึกยังรู้สึกละอายใจที่ไม่สามารถปฏิบัติตามท่านได้ บางครั้งก็ลืมคำสั่งสอนของท่านเสีย... รู้สึกว่าตัวเองยังหยาบมากคงต้องใช้เวลา... แต่ท่านก็ยังเมตตาต่อพวกเรามาก แม้จะทำตามได้ไม่มาก หากมีการพัฒนาไปในทางที่ดีท่านก็ดีใจแล้วว่า คำสั่งสอนของท่านไม่เสียเปล่า... ผมจะพยายามเอาคำว่า "ท่านเอาใจสั่งสอนเราจริง แล้วเราล่ะจริงหรือเปล่า...คนจริงเท่านั้นจึงจะพบคนจริง..." คงต้องใช้เวลาอีกนาน จะนานแค่ไหนผมก็จะพยายามกระทำเต็มที่ตามภูมิจิต ภูมิธรรม และภูมิปัญญาของผมเอง.... จะพยามเดินตามรอยปฏิปทาของท่านให้ได้ผมขอสัญญา... แม้จะนานเพียงใดก็ตาม...
ความเมตตาของพ่อแม่ครูอาจาย์ที่มีต่อเหล่าศิษย์ไม่มีประมาณจริงๆครับ



พ.สุรเตโช พระผู้มีเมตตา








เส้นเกศาของพ่อแม่ครูอาจารย์ (พ.สุรเตโช) ที่ได้กลายเป็นพระธาตุแก้วสีขาวใส (พระธาตุเกศแก้วเกศาธรรม) เป็นพระธาตุของพระนิยตโพธิสัตว์เจ้าที่มีบารมีเต็ม และจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไป 

เส้นพระเกศาของพ่อแม่ครูอาจารย์ (พ.สุรเตโช) ที่พึ่งปลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2554 และถ่ายภาพวันที่ 14 สิงหาคม 2554 กำลังรวมเป็นก้อน และเริ่มมีลักษณะเปลี่ยนเป็นแก้วใส และมีสีทองเป็นบางเส้น(องค์)

..................................................................................................................................

ภาพพิเศษ เป็นภาพพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ขณะพาเหล่านักรบธรรมธุดงค์ เพื่อศึกษาสภาวะธรรมจากการขึ้นเขา ณ ภูดานไห อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ 25 กันยายน 2554 แสงที่ปรากฏนั้น เกิดขึ้นในสภาวะปรกติของกล้องถ่ายรูป แต่แสงสว่างนั้นเป็นแสงรังสีภายในของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่กล้องสามารถบันทึกได้ (เป็นความมหัศจรรย์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น) จงพิจารณาด้วยตัวของท่านเองนะครับ

บันทึกไว้ระหว่างการเดินทางแสวงบุญขึ้นภูดานไห
เมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2554 เวลา: 11:19:00





1 ความคิดเห็น: